รู้จักท่อน้ำทิ้งเหล็กหล่อ

ท่อเหล็กหล่อถือเป็นท่อน้ำทิ้งที่นิยมใช้ในอดีต กระบวนการผลิตท่อน้ำทิ้งเหล็กหล่อผลิตจากเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่มากกว่า 2% ถึง 6.67% ซึ่งจะอ้างอิงมาตรฐาน มอก.533-2530  หรือ มอก. 536 – 2527 และ ASTM A74-75  โดยปกติท่อน้ำทิ้งเหล็กหล่อจะมีความยาวตั้งแต่ 1-10 ฟุต และมีหลายประเภทดังนี้

  1. ท่อปลอกรัด (Hubless Type)
  2. ท่อปากระฆัง (Hub & Spigot Type)
  3. ท่อหน้าแปลน (Flanged Type)

คุณสมบัติเด่นของท่อน้ำทิ้งเหล็กหล่อ คือ

  • ช่วยลดเสียงของน้ำที่ไหลในท่อได้ดี โดยผลการทดสอบ ความดังของเสียงจากการไหลน้ำเข้าสู่ท่อน้ำทิ้งเหล็กหล่อวัดได้ 35 dB 
  • ทนอุณหภูมิได้สูง มีอัตราการขยายตัวต่ำ และมีจุดหลอมเหลว ที่อุณหภูมิ 1,147 °C
  • ทนแรงกระแทกได้ดี
  • ต้านทานแผ่นดินไหว
  • ไม่ติดไฟ 

แต่ปัจจุบันความนิยมในการใช้ท่อเหล็กหล่อเป็นท่อน้ำทิ้งลดลง เนื่องจากราคาที่ค่อนข้างสูง สินค้าหาซื้อยากต้องรอการผลิต และวิธีการติดตั้งมีความยุ่งยากเพราะน้ำหนักของท่อที่ค่อนข้างมาก ผู้บริโภคจึงหันไปหาท่อน้ำทิ้งประเภทอื่นๆ เช่น ท่อพีวีซี , ท่อพีวีซีหุ้มฉนวน , ท่อ PP รวมถึง ท่อน้ำทิ้ง PP เก็บเสียง

ท่อน้ำทิ้งเก็บเสียงไซเลนท์ ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าและประหยัดกว่า ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายดังนี้

  • ท่อน้ำทิ้งไซเลนท์ PP 3 ชั้น ช่วยลดเสียงน้ำไหลในท่อ เพราะมีชั้นแร่ Mineral – reinforced ตรงกลางที่เปรียบเสมือนเป็นฉนวนกันเสียง โดยผลการทดสอบเสียง จากสถาบัน Fraunhofer ในยุโรป ที่ความเร็วของน้ำ 4 ลิตร ต่อ วินาที โดยมีเสียงน้ำไหลผ่านดังเพียง 22 dB
  • ท่อน้ำทิ้งไซเลนท์ ผลิตจากพลาสติก PP จึงมีคุณสมบัติในการทนอุณหภูมิได้สูงถึง 97 องศาเซลเซียส และ สามารถใช้เป็นท่อน้ำทิ้งสารเคมีได้
  • ติดตั้งง่ายด้วยระบบปากระฆังแหวนยาง (Push fit) เพราะเป็นท่อพลาสติกจึงมีน้ำหนักเบาทำให้ใช้เวลาในการติดตั้งน้อยกว่า
  • ราคาถูกกว่าท่อเหล็กหล่อ ท่อพีพี และ ท่อพีวีซีหุ้มฉนวน
  • รับแรงกระแทกได้ดี สามารถทนต่อแรงกดทับได้ถึง 6 kN/m2
  • ไม่เป็นสนิม ทำให้อายุการใช้งานยาวนาน หมดปัญหาเรื่องการซ่อมแซมและการเปลี่ยนท่อ

สินค้า

บทความอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง